ความเชื่อที่ไม่ถูกต้องของกลุ่มเปรียบเทียบในการประเมินผลโครงการ

โดยปกติกลุ่มเปรียบเทียบที่นิยมใช้กันมากคือการเปรียบเทียบแบบช่วงเวลาก่อนและหลังดำเนินโครงการ (Before – After) ซึ่งตำราการประเมินทั่วไปมักจะบอกว่าวิธีการนี้ไม่ถูกต้อง แต่ว่าควรใช้กลุ่มเปรียบเทียบแบบเข้าร่วมโครงการหรือไม่ (With In or With Out) ซึ่งแท้จริงแล้วทั้ง 2 วิธีนี้ให้กลุ่มเปรียบเทียบสำหรับการประเมินผลกระทบโครงการที่ไม่ถูกต้องทั้งคู่ แล้วมันไม่ถูกต้องอย่างไรตามไปดูกันเลยดีกว่า

1) การประเมินแบบระยะเวลาก่อนและหลังดำเนินโครงการ (Before – After Project)

การประเมินลักษณะนี้เป็นการติดตามผลลัพธ์ของโครงการระหว่างสองช่วงเวลาขึ้นไป โดยมีข้อกำหนดของการประเมินคือหากเวลาผ่านไปแต่ผลลัพธ์ที่ประเมินได้นั้นไม่มีความเปลี่ยนแปลง แสดงว่าการดำเนินโครงการไม่ส่งผลกระทบต่อผลลัพธ์ที่ต้องการ จึงสรุปไปว่าโครงการไม่ได้เป็นเหตุที่ทำให้ผลลัพธ์เกิดขึ้น ทว่าลองพิจารณาตัวอย่างสักหนึ่งตัวอย่าง ดังนี้

ปี 25X5 รัฐบาลมีโครงการแจกปุ๋ยให้เกษตรกรเพื่อเพิ่มผลผลิตข้าวหอมมะลิ ผู้ประเมินทราบว่าปี 25X4 ซึ่งเป็นปีก่อนเริ่มดำเนินโครงการแจกปุ๋ยเกษตรกรผลิตข้าวหอมมะลิได้ไร่ละ 400 กิโลกรัม เมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยวปี 25X5 ผู้วิจัยกลับมาเก็บข้อมูลพบว่าผลผลิตข้าวของเกษตรกรที่ได้เข้าร่วมโครงการแจกปุ๋ยเพิ่มขึ้นเป็นไร่ละ 550 กิโลกรัม หากผู้วิจัยใช้วิธีเปรียบเทียบแบบก่อนและหลัง (Before – After) ผลกระทบจากโครงการแจกปุ๋ย คือผลผลิตข้าวหอมมะลิของเกษตรกรเพิ่มไร่ละ 150 กิโลกรัม

ทว่าหากปี 25X5 เกิดฝนแล้งทำให้เกษตรกรที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการได้ผลผลิตข้าวเพียงไร่ละ 300 กิโลกรัม (ระดับ C ในรูป 2.2) กรณีนี้ผลกระทบของโครงการที่แท้จริงคือการใช้ปุ๋ยทำให้ผลผลิตข้าวเพิ่มไร่ละ   550 – 300 = 250 กิโลกรัม หรือเมื่อเวลาผ่านไปสภาพแวดล้อมอาจดีขึ้นทำให้ผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้นโดยไม่ต้องใช้ปุ๋ยก็ได้ (ระดับ D ในรูป 2.2) หากเป็นกรณีนี้แสดงว่าผลกระทบของโครงการแจกปุ๋ยช่วยเพิ่มผลผลิตข้าวได้เพียงไร่ละ 550 – 450 = 100 กิโลกรัม ซึ่งก็ไม่เท่ากับผลลัพธ์ที่ประเมินแบบก่อนและหลังดำเนินโครงการ

ถึงแม้ว่าวิธีประเมินผลกระทบก่อนและหลังดำเนินโครงการจะมีข้อผิดพลาดอย่างมากแต่การประเมินรูปแบบนี้สามารถใช้กับการติดตามข้อมูลระหว่างช่วงเวลา (Monitor) เช่น การติดตามอัตราการเข้าเรียนในโรงเรียนของเด็กนักเรียนประถมศึกษาเมื่อมีโครงการแจกอาหารกลางวัน หัวหน้าโครงการอาจสังเกตเห็นว่าอัตราการเข้าเรียนในโรงเรียนเพิ่มสูงขึ้นจากปีก่อนหน้า แต่ไม่สามารถสรุปรวบรัดไปเลยว่าโครงการแจกอาหารกลางวันส่งผลให้อัตราการเข้าเรียนในโรงเรียนเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีปัจจัยอื่นๆที่ไม่ได้สำรวจซึ่งอาจส่งผลให้นักเรียนเข้าเรียนในโรงเรียนมากขึ้นเหมือนดังกรณีโครงการแจกปุ๋ยข้างต้น ทว่าข้อมูลการติดตามแบบก่อนและหลังนั้นสามารถใช้ประโยชน์ในด้านการวางแผนและ/หรือการรายงานความคืบหน้าแก่เจ้าของโครงการ หากเป็นกรณีแจกอาหารกลางวันข้อมูลการติดตามที่ระบุว่าอัตราการเข้าเรียนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆสามารถช่วยให้ผู้อำนวยการโรงเรียนสามารถวางแผนเรื่องค่าใช้จ่ายอาหารกลางวันว่าต้องมีการเพิ่มค่าใช้จ่ายหากเงินทุนไม่เพียงพอ หรือเมื่อเงินทุนที่จัดสรรไปนั้นมีจำนวนมากเกินไปจะนำเงินส่วนที่เกินนั้นไปดำเนินกิจกรรมอื่นๆหรือไม่

2) การประเมินแบบเข้าร่วมหรือไม่เข้าร่วมโครงการ (With in – With out Project)

หลายๆคนมักมีความเชื่อว่าการเปรียบเทียบระหว่างผู้ที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการกับผู้ที่เข้าร่วมโครงการหรือการประเมินแบบเข้าร่วมหรือไม่เข้าร่วมโครงการเป็นการประเมินที่ถูกต้อง แต่ความจริงนั้นกลุ่มผู้ที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการที่ใช้เป็นกลุ่มเปรียบเทียบนั้นมีลักษณะที่ไม่ถูกต้องตามหลักกลุ่มเปรียบเทียบที่ดี โดยกลุ่มผู้ที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการส่วนใหญ่มักไม่มีแรงจูงใจในการเข้าร่วมโครงการอยู่แล้ว ดังนั้นแม้ว่าจะให้กลุ่มที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการเข้าร่วมโครงการผลลัพธ์ที่ออกมาอาจไม่เหมือนคนที่มีแรงจูงใจปกติก็ได้ ตัวอย่างเช่น เทศบาลเมืองมีโครงการจัดฝึกอบรมเพิ่มทักษะผู้ว่างงานหลังเสร็จสิ้นโครงการไป 1 ปี ทางเทศบาลเก็บข้อมูลค่าจ้างของแรงงานที่เคยฝึกอบรมมาประเมินผลกระทบเทียบกับผู้ที่ไม่ได้เข้ารับการฝึกอบรม ผลปรากฎว่าแรงงานที่เข้ารับการฝึกได้รับค่าจ้างสูงกว่าผู้ที่ไม่ได้รับการฝึกเป็นมูลค่าเดือนละ 1,250 บาท แต่ผู้ประเมินไม่ควรสรุปว่าโครงการฝึกอบรมประสบความสำเร็จเนื่องจากทำให้ค่าจ้างของแรงงานที่รับการฝึกเพิ่มมากกว่าแรงงานที่ไม่ได้รับการฝึก เพราะว่าค่าจ้างของแรงงานที่ได้รับการฝึกอาจมาจากแรงจูงใจในการทำงานของแรงงานคนนั้นสูงกว่าผู้ที่ไม่ได้รับการฝึก เมื่อมีแรงจูงใจหรือความตั้งใจในการทำงานมากกว่าก็ย่อมทำให้ผลผลิตในการทำงานสูงกว่าจนส่งผลให้ค่าจ้างสูงกว่าแรงงานที่มีแรงจูงใจในการทำงานน้อยกว่า ซึ่งเมื่อมีแรงจูงใจน้อยก็อาจไม่สนใจเข้ารับการฝึกทักษะก็ได้ ซึ่งจะส่งผลให้การประเมินผลกระทบมีความคลาดเคลื่อนเพราะมีอคติในการเลือกกลุ่มตัวอย่าง (Selection Biased)

Leave a Reply

Your email address will not be published.